ลบ แก้ไข

สนช.ผ่านกฎหมายศุลกากรเอื้อขนถ่ายสินค้าในอาเซียน

         

         นางกฤติกา ปั้นประเสริฐ ผอ. สํานักกฎหมายกรมศุลกากร ในฐานะเลขานุการกรรมาธิการ่างพ.ร.บ.ศุลกากร กล่าวว่าหลังจากที่กฎหมายนี้ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว จะส่งผลให้ประเทศไทยมีกฎหมายกลางในการขนย้ายสินค้าเพื่อการผ่านแดน หรือการถ่ายลําในภูมิภาคอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ เพื่อรองรับการเปิดประชาคมอาเซียน โดยสิ่งที่ประเทศไทย และกลุ่มประเทศอาเซียน จะได้ประโยชน์คือ เมื่อจะขนย้ายสินค้าไปยังประเทศต่างๆ จะไม่มีการเสียภาษีเช่น เอกชนไทยต้องการส่งสินค้าไปประเทศสิงคโปร์แต่ต้องผ่านแดนประเทศมาเลเซียก็จะไม่มีเสียภาษีที่ประเทศมาเลเซีย รวมถึงข้อกังวล ของ FTA Watch ว่าจะมีการเปิดช่องให้มีการเอาเปรียบทางการค้า หรือเกิดการกลั่นแกล้ง และขัดต่อหลักมนุษยธรรม ด้วยวิธีการฟ้องร้อง ขอให้เข้ายึดหรือจับกุมยา ซึ่งกฎหมายฉบับนี้จะไม่มีผลเกี่ยวข้องหรือสกัดกั้นการขนถ่านยา ไปสู่ประเทศที่สามแต่อย่างใด โดยกรรมาธิการได้เชิญตัวแทนจาก FTA Watch มาชี้แจงทําความเข้าใจแล้ว เพราะเรื่องดังกล่าว อยู่ในอํานาจของกฎหมาย 12 ฉบับ ที่บังคับใช้อยู่แล้ว

         ทั้งนี้ในมาตรา 7 ของร่างกฎหมายได้บัญญัติให้พนักงานศุลกากร มีอํานาจตรวจสอบ ตรวจค้นของที่นํามาเข้าเพื่อการผ่านแดนหรือการถ่ายลํา ที่อยู่ในยานพาหนะ คอนเทนเนอร์หรือหีบห่ออย่างอื่นตามที่อธิบดีกําหนด โดยไม่ต้องมีหมายค้น หากมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า ของนั้นเกี่ยวเนื่อง หรือมีไว้เพื่อใช้สําหรับการก่อการร้าย ชนิดของของ หรือการขนส่ง หรือการขนถ่ายของดังกล่าวเป็นไปในทางฝ่าฝืนความมั่นคง สันติภาพและความปลอดภัยระหว่างประเทศ ของนั้นเป็นของที่มีการแสดงกําเนิดเป็นเท็จ หรือเป็นของที่ผิดกฎหมาย หากมีหลักฐานชัดแจ้งว่า เป็นของต้องห้ามตามกฎหมาย ให้ริบโดยไม่ต้องคํานึงว่าบุคคลใดจะต้องรับโทษหรือไม่และอธิบดีอาจสั่งให้ทําลาย หรือส่งกลับออกไป หรือสั่งดําเนินการใดๆ ตามสมควรเพื่อให้เป็นของไร้โทษทุจริต

        ในวันเดียวกันนี้ที่ประชุม สนช. มีมติเอกฉันท์ 178 เสียง รับหลักการในวาระที่ 1 ของ ร่างพ.ร.บ.วิชาชีพเภสัชกรรม ตามที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ พร้อมกับตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญจํานวน15 คน เพื่อพิจารณาในรายละเอียดโดยมีกรอบระยะเวลาในการพิจารณา 30 วัน

         ทั้งนี้ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้มีสาระสําคัญ คือ การเพิ่มเติมนิยามคําว่า "วิชาชีพเภสัชกรรม" ให้มีความหมายครอบคลุมถึงการกระทําในการเตรียมยา การผลิตยา การเลือกสรรยา การควบคุมและการประกันคุณภาพยา
การปรุงและการจ่ายยาตามใบสั่งยา ของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพ
ทันตกรรม ผู้ประกอบการวิชาชีพสัตวแพทย์และผู้ประกอบวิชาชีพด้านการแพทย์และสาธารณสุขตามที่กฎหมายว่าด้วยวิชาชีพนั้นๆ
กําหนด รวมทั้งการร่วมกับผู้ประกอบวิชาชีพด้านการแพทย์และสาธารณสุข
ในการค้นหา ป้องกันและแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวเนื่องกับการใช้ยา

         นอกจากนี้ยังกําหนดให้การขึ้นทะเบียน การออกใบอนุญาต การต่อใบอนุญาต การออกหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชํานาญในการประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม สาขาต่างๆ และหนังสือแสดงวุฒิอื่นในวิชาชีพเภสัชกรรม ให้เป็นไปตามข้อบังคับสภาเภสัชกรรม โดยให้ใบอนุญาตมีอายุ 5 ปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต

         นพ.เจตน์ศิรธรานนท์สมาชิกสนช. อภิปรายว่า กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่ดีเพราะจะเป็นการให้ผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมต้องต่ออายุของใบอนุญาต จากเดิมที่ไม่ต้องอายุใบอนุญาต

         อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตว่า เงื่อนไขของการจะให้ใบอนุญาตของใคร ได้รับการต่ออายุจะต้องมีอะไรบ้าง เช่น จะต้องมีสอบหรือไม่ เป็นต้น

         ด้าน ภก.กิตติพิทักษ์นิตินันท์นายกสภาเภสัชกรรม ชี้แจงว่าการต่ออายุให้กับใบอนุญาต จะใช้ระบบการศึกษาต่อเนื่องเป็นหลักโดยไม่จําเป็นต้องจัดให้มีการสอบก่อน แต่ยกเว้นเฉพาะที่ขอใบอนุญาตใหม่

ขอบคุณที่มา : ASTV ผู้จัดการรายวัน
 
 

 

เกี่ยวกับประเทศ

 

Editor
ชม 2,928 ครั้ง
 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง


สงวนลิขสิทธิ์ © 2556 uAsean.com มหานครอาเซียน Developed By Upbean